ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเรียนต่อต่างประเทศ

การตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น เราควรต้องหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย  เพราะการเรียนต่อต่างประเทศนั้นเมื่อตัดสินใจเดินทางชำระค่าเล่าเรียนแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเพื่อให้การไปเรียนต่อมีความราบรื่น

ปัจจัยที่ควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ อาจแบ่งเป็นข้อใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

  • เป้าหมายหลังจากที่สำเร็จการศึกษา เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอันดับแรก เพราะการมีเป้าหมาย หรือการได้เรียนในสิ่งที่ชอบ จะเป็นตัวแปรที่ช่วยผลักดันให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการทำงานในอนาคต
  • ประเทศที่สนใจไปเรียนต่อ มีหลากหลายประเทศที่มีความแตกต่าง ข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันไป
  • หลักสูตรที่สนใจ ควรพิจารณาจากเนื้อหาของหลักสูตรและรายวิชาที่ต้องเรียน รวมถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการศึกษา ให้เหมาะสม และตรงกับสิ่งที่เราอยากจะเรียน
  • สถาบันการศึกษา สามารถพิจารณาได้จากความน่าเชื่อถือของสถาบัน นโยบายการเรียนการสอน รางวัลที่เคยได้รับ  และอันดับ (Ranking) รวมถึงการได้รับการรับรองจากสถานทูตของประเทศนั้น ๆ ด้วย
  • วุฒิการศึกษา และผลการเรียน ที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน ต้องสำรวจตัวเองว่ามีวุฒิการศึกษาหรือระดับผลการเรียนที่สามารถสมัครเรียนกับสถาบันที่เราสนใจได้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่แล้ว แต่ละสถาบันจะมีเกณฑ์การสมัครขั้นต่ำ แจ้งให้ทราบ
  • ความสามารถในการใช้ภาษาและระดับภาษา ระดับภาษาที่ต้องใช้ในการสมัครเรียนนั้น จะสูงมากน้อยขนาดไหนนั้น ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา หลักสูตร และกฎของสถานทูตนั้น ๆ (ในบางประเทศ) ยกตัวอย่างเช่น การไปเรียนและพัฒนาภาษาอังกฤษ ในบางประเทศ ไม่จำเป็นต้องแนบใบประกาศรับรองผลทักษะภาษา แต่ในบางประเทศต้องใช้ หรือ กรณีต้องการเรียนต่อ ปริญญาโท บางสถาบันอาจต้องการผลทักษะภาษา เช่น IELTS ที่ 6.5 ขึ้นไป เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ นอกเหนือจากค่าเรียนแล้ว ยังต้องคำนวณงบประมาณค่ากินค่าอยู่ ค่าใช้ชีวิตประจำวัน ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์การเรียน  รวมถึงเงินการันตีที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า สำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศ อีกด้วย
  • สภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ ควรพิจารณาถึงอุณหภูมิ สภาพแวดล้อมและสภาพอากาศของเมืองที่เราสนใจไปเรียน ว่าจะสามารถปรับตัวกับสภาพอากาศที่แตกต่างได้หรือไม่ เพราะหากปรับตัวไม่ได้ หรือปรับตัวได้ช้า อาจส่งผลให้มีการเจ็บป่วย ทำให้เรียนตามเพื่อน ๆ ไม่ทัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเรียนในระยะยาวได้
  • ลักษณะการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง การไป เรียนต่อต่างประเทศ นักเรียนจะต้องเผชิญกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง รวมถึงกฎระเบียบ กฎหมาย ธรรมเนียม มารยาท ที่ต่างกัน ดังนั้น จึงไม่ควรมองข้าม ที่จะหาและเก็บข้อมูล ใช้ประกอบการตัดสินใจ ว่าหากต้องไปใช้ชีวิตนักเรียน จะสามารถปรับตัวยอมรับกับสิ่งใหม่ ๆ ได้หรือไม่

นอกเหนือจากปัจจัยที่ต้องพิจารณาข้างต้นแล้ว การเตรียมความพร้อม และสำรวจความพร้อมของตนเอง ในการไป เรียนต่อต่างประเทศ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ยกตัวอย่าง เช่น

การเตรียมความพร้อมในแผนการศึกษาของตนเอง

หากมีแผนหรือสนใจเรียนในหลักสูตรใด ๆ แล้ว ควรสำรวจความพร้อมของตนเอง กับ ความต้องการของหลักสูตร ที่ต้องใช้สำหรับสมัครเรียนด้วย โดยคะแนนเฉลี่ยที่เป็นเกณฑ์โดยทั่วไป อาจแบ่งออกเป็น

หากเป็นสถานศึกษาในต่างประเทศ ที่ได้รับความนิยม จะรับพิจารณานักศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีด้วยคะแนนสะสมเฉลี่ย (GPA) ที่ระดับ 3.00 ขึ้นไป

หรือสถาบันอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่  จะรับพิจารณานักศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีด้วยคะแนนสะสมเฉลี่ย (GPA) ที่ระดับ 2.75 ขึ้นไป และระดับปริญญาโท คะแนนสะสมเฉลี่ย (GPA) ที่ระดับ 3.50 ขึ้นไป

(ข้อมูลอ้างอิงจาก สำนักงาน ก.พ.)

หากผลคะแนนเฉลี่ย ทำได้ไม่ค่อยดีตามเกณฑ์ที่กำหนด บางสถาบัน จะมีการเปิดหลักสูตรปรับพื้นฐาน ซึ่งนักเรียนสามารถสมัครเรียนในหลักสูตรนี้ก่อน หากผ่านการสอบวัดผลแล้ว ก็มีสิทธิที่จะสมัครเรียนในหลักสูตรที่ต้องการได้

การเตรียมความพร้อมในส่วนของทักษะภาษา

หากตั้งใจที่จะไป เรียนต่อต่างประเทศ นักศึกษาควรที่จะเตรียมความพร้อมในส่วนของทักษะภาษาที่ต้องใช้ในการเรียนในประเทศที่ตนเองสนใจ โดยหากทักษะภาษาดีอยู่แล้ว อาจเลือกสอบวัดผลคะแนนภาษาที่เป็นที่ยอมรับของสถาบันการศึกษา หรือตามคุณสมบัติในการขอวีซ่า เช่น IELTS, UKVI IELTS (สำหรับสถานศึกษาใน UK), TOEFL, DELF เป็นต้น ซึ่งหากได้คะแนนผลสอบสูงกว่าหรือเท่ากับ Requirement ของหลักสูตร ก็สามารถนำผลสอบกับเอกสารประกอบอื่น ๆ สมัครเรียนในหลักสูตรที่ต้องการได้ทันที

แต่หากคะแนนสอบวัดผลภาษายังไม่ถึงเกณฑ์ที่หลักสูตรกำหนด หรือในกรณีที่ไม่มั่นใจในทักษะภาษาของตนเอง ก็อาจเลือกเส้นทางที่ไปเรียนและฝึกฝนภาษาที่ต่างประเทศได้เช่นกัน โดยการฝึกฝนการใช้ภาษาที่ต่างประเทศ (ในประเทศที่เราตั้งใจไปเรียน) มีข้อดีหลายอย่าง เช่น

  • มีโอกาสได้ฝึกฝนภาษากับเจ้าของภาษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาทักษะภาษา
  • มีโอกาสได้ไปเรียนรู้และลองใช้ชีวิต รวมถึงดูการปรับตัวของตนเองว่าจะสามารถอยู่เรียนในระยะยาวได้หรือไม่
  • มีโอกาสได้เรียนรู้วัฒนธรรม และธรรมเนียมปฏิบัติ ของประเทศนั้น ๆ
  • มีโอกาสได้ลองใช้ชีวิตด้วยตนเอง ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ รู้จักพึ่งตัวเองและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

การเตรียมความพร้อมในส่วนของเงินสนับสนุน และการเงินที่ต้องใช้จ่าย ในการไป เรียนต่อต่างประเทศ

การไปเรียนต่อต่างประเทศ จำเป็นต้องใช้เงินสนับสนุนที่เพียงพอ ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ใช้ได้นั้น มักอยู่ในรูปของเงินที่มีสภาพคล่องสูง และเป็นเงินที่เตรียมไว้สำหรับใช้เป็นทุนการศึกษา ยกตัวอย่างเช่น เงินในบัญชีออมทรัพย์ เงินฝากประจำ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยในส่วนนี้ มักจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการในส่วนของการขอวีซ่าเป็นส่วนใหญ่ โดยบัญชีสนับสนุนนั้นอาจอยู่ในชื่อของนักเรียนเอง หรือชื่อของผู้สนับสนุน (โดยส่วนใหญ่ควรต้องเป็นผู้ปกครองหรือญาติใกล้ชิดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถานทูต) ก็ได้ โดยแต่ละประเทศ ต่างเมือง ต่างสถาบัน อาจกำหนดงบประมาณที่แตกต่างกัน