From Russia with love รัสเซียทริป 7 วัน

สวัสดีคะ ทริปทูโกขอนำเสนอทัวร์รัสเซีย 7 วัน รัสเซีย ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอาณาเขตกว้างมากครอบคลุมถึง 9 time zone  และด้วยความใหญ่อลังการ ของประเทศรัสเซีย ทำให้รัสเซียเป็นอีกประเทศที่คุณไม่ควรพลาดคะ โดยในทริปนี้เราจะไปเที่ยวมอสโคว์ และ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กันคะ

รายละเอียด

ราคาต่อ1ท่าน: 28,000 บาท  ระยะเวลาทัวร์ : 7 วัน

 ทัวร์เริ่ม: มอสโคว์  ประเทศรัสเซีย เวลา 10.00น จำนวนกรุ๊ป 8-15 คน

ทัวร์สิ้นสุด:มอสโคว์ ประเทศรัสเซีย

 ราคารวม: รถสำหรับเดินทาง/ตั๋วรถไฟ ความเร็วสูง มอสโคว์-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก/โรงแรมระดับสามดาว/อาหารเชัา 7 มื้อ/ไกด์ นำเที่ยว7วัน/เที่ยวทั้ง7วัน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากเมืองไทย,อาหารเที่ยงและเย็นซึ่งท่านสามารถเลือกได้ตามความพอใจราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท)**ตั๋วเครื่องบินจากเมืองไทยท่านควรจอง กรุงเทพ-มอสโคว์ 

Day1

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สนามบินนานาชาติ ในกรุงมอสโคว์ เมื่อช่วยเหลือทุกท่านในเรื่องกระเป๋าเดินทางแล้วนำทุกท่านเดินทางด้วยรถไฟความเร็ว เดินทางสู่เมือง เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 

รถไฟความเร็วสูงของรัสเซียเป็นรถไฟที่มีมาตรฐานสูงและสะดวกสะบายเหมือนรถไฟในยุโรปคะ ระหว่างเดินทางท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงาม สองข้างทาง

เมื่อถึงซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นำท่านเข้าที่พัก รับประทานอาหารคำ่ พักผ่อนตามอัธยาศัย

St Petersburg 1

Day2

เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นเมืองท่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสหพันธรัฐรัสเซีย ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเนวา ริมอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก   สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทรายและหินเป็นจำนวนมากเพราะว่าพื้นที่เดิมของเมืองนั้นเป็นดินเลนของทะเล พระองค์ทรงเลือกที่จะสร้างเมืองที่บริเวณนี้เพราะว่าตัวเมืองมีทางออกทะเลบอลติกและสามารถติดต่อไปทางยุโรปและประเทศอื่นๆได้ง่าย เพื่อการปฏิรูปรัสเซียให้ทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรปได้โดยง่าย ต่อมาเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กจึงได้รับสมญานามว่าหน้าต่างแห่งยุโรป ( หรือบางคนก็เรียก เวนิช แห่งยุโรปเหนือ เพราะ เป็นเมืองที่ มีแม่น้ำลำคลอง มากมาย เหมือน เวนิช ใน อิตาลี ) และ ได้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซียเป็นเวลา 206 ปี  ( พศ 2246 – 2461 )  ชื่อเดิมของเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคือ ” เปโตรกราด ” แต่หลายคน จะรู้จักดี ในชื่อ เมือง“เลนิน กราด”  ปัจจุบันเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กมีประชากรมากกว่า 4.7 ล้านคน เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย รองจาก มอสโคว์  และ เมืองนี้ยังเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก อีกด้วย

Peterhof palace ( พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ )   สปีเตอร์ดวาเวซ พระราชวังฤดูร้อน ตั้งอยู่แถบชานเมืองของที่นี้ เป็นพระราชวังที่สวยงามไม่เหมือนใคร เกิดขึ้นจาก ราชาปีเตอร์องค์เดิมปีเตอร์ฮอฟ ทรงให้สร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยปินศิลเอกในสมัยนั้นถึงสองคน ภายในพระราชวัง ออกแบบความงามในสไตล์ผสมเรอเนสซองส์ “บารอค” เน้นการตกแต่งภายในที่ปราณีต ใช้ โคมไฟระย้า งานไม้แกะสลักและภาพวาดสีน้ำมันเป็นหลัก ในส่วนที่ บอกว่าเป็นความคลาสสิกผสมอยู่นั้นคงเป็นภาพวาดของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ พระมเหสี พระโอรส พระธิดา และพระญาติพระวงศ์ ภาพต่างๆ ในนี้มีความสำคัญประเทศรัสเซียรวมถึงภาพของพระนางแคเธอรีนตอนแต่งกองทัพไป ยึดอำนาจจากพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 3 ด้วย  ด้านนอก เป็นลานน้ำพุ ด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตาและแสงของพระอาทิตย์กระทบผิวน้ำ และขอบอ่างสีทองมัน น้ำพุที่ลดหลั่นกันถึง 27 ขั้น ตกแต่งด้วยรูปปั้นถึง 255 ชิ้น

Kazan Cathedral ( มหาวิหารคาซาน ) สร้างขึ้นครั้งแรก ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ตรงกับช่วงปีค.ศ. 1708 ซึ่งแต่เดิมนั้นจัดได้เพียงว่าเป็นโบสถ์เล็กๆ หลังหนึ่ง ต่อมาสมัย พระเจ้าปอลด์ที่ 1 ( คศ 1800 ) ได้ทำการสร้างวิหารใหม่ให้เป็นวิหารที่  ใหญ่ขึ้น และสวยงามกว่าเดิม เนื่องจากที่ว่าหลังจากที่พระองค์เสด็จประพาส ณ กรุงโรมที่อิตาลีแล้วพระองค์ทรงเกิดความ  ประทับใจในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี พระองค์จึงได้นำรูปแบบดังกล่าวนั้นมาผสมผสานในการก่อสร้างมหาวิหาร  หลังใหม่นี้   มหาวิหารคาซานหลังใหม่นี้ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1811 ออกแบบโดยสถาปนิก คือ  – Charles Camelon – Thomas de Thomon และ Pietro Gonzago  ซึ่งปัจจุบันมหาวิหารคาซานจัดได้เป็นมหาวิหารอีกหนึ่งสถานที่ในนครเซนต์ปีเตอร์เบิร์กที่มีความสวยงาม และ สำคัญ เนื่องจากสาเหตุหนึ่งมาจากเพราะตั้งอยู่ในใจกลางเมือง จึงทำให้ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวพบเห็น ได้ง่าย และด้วยความสวยงามของมหาวิหารที่มักจะเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็น

The Church of the Savior on Spilled Blood ( โบสถ์หยดเลือด ) “โบสถ์แห่งหยดเลือด” หรือ “The Church of the Savior on Spilled Blood” หรือ บางคนจะเรียกว่า  The Cathedral of the Resurrection of Christ ( โบสถ์แห่งการคืนชีพ ) ซึ่ง สร้างขึ้นตามบัญชาของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ในปี ค.ศ.1883 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ พระบิดาคือ ( พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ) ซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ในบริเวณที่สร้างโบสถ์นี้ขึ้น ( โดยสาเหตุการถูกลอบปลงพระชนม์นั้น มาจาก พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 พยายามเปลี่ยนระบบการปกครองและสร้างสรีภาพในรัสเซียให้มีมากขึ้น จึงเป็นผลทำให้เกิดความไม่พอใจแก่เหล่าขุนนางที่เสียประโยชน์ ) ซึ่งโบสถ์แห่งนี้ใช้เวลาสร้างเกือบ  20 กว่าปี โดยสร้างด้วยความพิถีพิถันและมีนัยยะ เช่น ยอดหลังคาโบสถ์ สร้างด้วยความสูง 81 เมตร เพื่อเป็นสัญลักษณ์ ว่า พระบิดา ได้สิ้นพระชนม์ในปี 1881

St Petersburg 4

Day 3

Catherine palace หรือ วังของพระนางแคเธอรีน หรือ อีกชื่อคือ tsarskoye selo  ซึ่งคำว่า tsarskoye selo ( ซากอเย เซโล่ ) ในภาษารัสเซียหมายถึง ” หมู่บ้านพระเจ้าซาร์ ”  สร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช  ซึ่งในปี ค.ศ. 1708-1724 เป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนของพระมเหสีองค์โปรดคือ พระนางแดทเธอรีนที่ 1 ซึ่ง ต่อมาก็ ยกให้กับพระธิดาคือพระนางอลิสซาเบธ และก็ได้มีการตกแต่งพระราชวังให้มีความหรูหรา และสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยทำการขยายพื้นที่ของสวนออกไปสถาปนิกผู้ออกแบบคือ Bartolomeo  Francesco Rastrelli  และหลังจากนั้นพระราชวังแห่งนี้ ก็กลายมาเป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อน   ของพระเจ้าซาร์ ในยุคต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งคนสุดท้ายของราชวงค์โรมานอฟ คือ พระเจ้านิโคลัสที่ 2 ก็มาพำนักพักอยู่และถูก จับตัวจากพรรคคอมมิวนิสต์ที่นี่  เหตุผล ที่พระราชวังแห่งนี้มีชื่อว่า ” แคทเธอรีน ” ก็ เพื่อเป็นการขยายพระเกียรติ์แด่พระมารดาของพระนางอลิสซาเบทพระราชวัง แห่งนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆ 55 ห้อง และ แต่ละห้องก็มีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป

Smolny Cathedral หรือ วิหารสมอลนี เป็นวิหาร สีฟ้าขาวทรงสวย ดูโดเด่น สร้างเมื่อ คศ 1748 แล้วเสร็จ เมื่อ คศ 1764 แต่เดิมเป็นสำนักแม่ชีก่อสร้างสมัยพระนางอลิซาเบธ เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน Bartoloeo Francesco Rastrelli บริเวณโดยรอบประกอบด้วยสวนและอาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยของพระนางแคทเธอรีนมหาราช ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก

St Petersburg 2

Day 4

พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ หรือ พระราชวังฤดูหนาวแห่งเซนต์ปีเตอรืสเบิร์ก สร้างมาเพื่อเป็นพระราชวังที่ประทับของพระนางอลิซาเบธ สร้างแล้วเสร็จเมื่อ คศ 1762 แต่ไม่ทันได้สร้างเสร็จ พระนางอลิซาเบธ สิ้นพระชนม์ ไปซะก่อน พระราชวังแห่งนี้กลายเป็นที่ประทับของพระนางแคเธอรีน แทน ซึ่งต่อมาพระราชวังแห่งนี้ ได้กลายเป็นที่ เก็บของหายาก งานศิลปะ สมบัติต่างๆ ของ พระนางแคเธอรีน แทน ซึ่ง พระนางแคเธอรีน เป็นคนที่ชอบงาน ศิลป มากๆ ถึงขนาด เก็บรวบรวมและชื้อภาพ เขียนชื่อดังจากยุโรปกว่า 200 ภาพ  จึงต้องสร้างห้องสำหรับเก็บภาพและสมบัติล้ำค่าส่วนพระองค์ ไว้ ณ.วังแห่งนี้ โดยมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นคอลเล็คชั่นอันประเมินค่ามิได้เหล่านี้  ซึ่งในปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้กลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ ที่ดีและใหญ่ ติด 1 ใน 5 ของโลก  ไม่แพ้  Louvre  หรือ British Museum หรือ Museum Island ของเยอรมันแต่อย่างใด  และในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ  มีการแสดงผลงานศิลปะที่โด่งดังจาก ทั่วโลกมากกว่า 3 ล้านชิ้น ตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 มีผลงานของ ลีโอนาร์โด ดา วินชี ไมเคิล แองเจโล ราฟาเอล ติเตียน แรมแบรนท์ รูเบนส์ ภาพวาดอิมเพรสชั่นนิสม์ฝรั่งเศส รวมทั้งแวนโก๊ะ มาติส โกแกง โดยพระองค์ทรงเคยกล่าวไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งว่า ” มีแค่หนูกับฉันเท่านั้นที่สามารถชื่นชมผลงานเหล่านี้ได้ ” เมื่อพระนางสวรรคตก็มีสมบัติสะสมมากมาย โดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปราณมากกว่า 3,000 ภาพ เหรียญโบราณอัญมณีอันล้ำค่า จนถึงสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในปี ค.ศ. 1852

Saint Isaac’s Cathedral หรือ มหาวิหารเซนต์ไอแซค มหาวิหารเซนต์ไอแซค เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ นิกายรัสเซียออร์โธดอกซ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ หากเทียบ มหาวิหาร ทุกนิกายทั่วโลก  เซนต์ไอแซค อยู่ในอันดับที่ 4 รองมาจาก มหาวิหารวาติกัน  มหาวิหารเซนต์ปอล และ Duomo di Milan ซึ่งภายในมหาวิหารแห่งนี้ สามารถ จุคนได้ในระดับ หมื่นคนสบายๆ  ซึ่ง วิหารเซนต์ไอแซคถูกสร้างขึ้นใน ปี ค.ศ. 1710 ตามความประสงค์ของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช โดยใช้หินแกรนิตชิ้นเดียวขนานกว่า 118 ตัน จำนวน 48 ชิ้น เพื่อนำมันมารองรับยอดโดมขนาด มหึมา หมาวิหารนี้ สร้างบนพื้นที่กว่า 4000 ตารางเมตร ลำพังระยะเวลาการทำผนังและวางรากฐานนั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี ด้วยเสาเข็มกว่า 50000 ต้น เมื่อวัดระยะความสูงจากฐานถึงโดมจะมีขนาดความสูงกว่า 100 เมตร ทีเดียว

เดินทางไปมอสโคว ด้วยรถไฟความเร็วสูง

ถึงมอสโคว์นำท่านเค้าที่พัก รับประทานอาหารเย็นพักผ่อนตามอัธยาศัย

Metro Moscow 2

Day 5

มอสโคว์ เป็นเมืองที่ใครๆ ฝันอยากมาเยือนซักครั้งในชีวิต เป็นเมืองที่ เคยลึกลับและน่าค้นหา ดังสมญานาม ” ดินแดนหลังม่านเหล็ก ” มอสโคว์ ไม่ได้มีแค่ จตุรัสแดง หรือ st basil’s และ วังKremlin อย่างที่ใครหลายคนคิด หรือ เคยมา เคยผ่าน ในระหว่างเปลี่ยนเครื่อง เพราะ ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว มอสโคว์ ยังมีอะไรๆ อีกเยอะที่ น่าค้นหาและน่าไปเยือน เพราะ แค่ในและรอบๆ มอสโคว์ มี ” สถานที่ ที่เป็นมรดกโลก อยู่ถึง 4 แห่ง ”  ” สถานที่ 1 ใน 50 สถานที่ ที่น่าไปเยือนของนิตยสารระดับโลก อยู่ 3 ที่ ” และ อีก ” 1 สถานที่ ที่ได้รับการเสนอชื่อ เข้ารอบสุดท้าย ในการชิงชัย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกรอบล่าสุด ” และนี้ คือ มอสโคว์ ดินแดนหลังม่านเหล็กสุด มหัศจรรย์

มหาวิหารเซนต์บาซิล หรือบางคนเรียกว่า เบซิล หรือ  Saint Basil’s Cathedra เป็นวิหาร ของศาสนจักรรัสเซียออร์โธดอกซ์ สร้าง โดย ซาร์อีวานที่ 4 ( อีวานผู้โหดร้าย ) เพื่อฉลองชัยชนะเหนือพวกมองโกลที่กรีธาทัพมาเมืองคาซาน เมื่อปี ค.ศ. 1552 ผลจากชัยชนะครั้งนี้ทำให้รัสเซียสามารถรวมชาติได้เป็นปึกแผ่น จึงสร้างมหาวิหารแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1555 มหาวิหารเซนต์บาซิลมีรูปทรงที่ไม่เหมือนโบสถ์อื่น คือมีโดม 8 โดมล้อมรอบโดมที่ 9 ที่อยู่ตรงกลาง ทำให้อาคารมีรูปทรงแปดเหลี่ยม ด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียโบราณอันได้รับอิทธิพลมาจากไบแซนไทน์ที่เป็นโดมทรงหัวหอมกับสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่ารัสเซียนกอธิก หอคอยสูงรูปกระโจมเป็นอิทธิพลจากยุโรปตะวันตก ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นหอคอยสูงรูปแท่งเทียนกำลังลุกไหม้บนปลายลำเทียน ส่งความโชติช่วงชัชวาลย์เป็นเครื่องบูชาเทพเจ้าบนสวรรค์
** มีเรื่องน่ากลัวและน่าขนลุก ของ เซนต์บาซิล เรื่องหนึ่งคือ มหาวิหารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ ปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ และด้วยความงดงามของวิหารแห่งนี้ ซาร์อีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามมาก จึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของสมญานามอีวานผู้โหดร้าย (Ivan The Terrible)

พระราชวังเครมลิน หรือ Kremlin Palace  ก่อสร้างระหว่าง ค.ศ. 1837 ถึง 1849 ( ซึ่งจริงๆ แล้ว มีก่อสร้าง เป็นหวังเดิมก่อนหน้านี้แล้ว ) โดย พระเจ้านิโคลัสที่ 1 ผู้ออกแบบคือ สถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Konstantin thon ภายในพระราชวัง แห่งนี้ประกอบด้วยปราสาท โบสถ์ วิหาร พิพิธภัณฑ์ คลังแสง อาวุธยุทธภัณฑ์ หอคอย ป้อมปราการ หอสูง ยอดแหลม และโดมมากมาย มีกำแพงสูง 65 ฟุตรอบพระราชวัง มีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร พระราชวังจักรพรรดิอยู่ตรงกลาง หอคอยอิวานเวลิกี้สูง 270 ฟุต ซึ่งในอดีต พระราชวังเครมลินแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของซาร์แห่งมอสโคว์ และ ที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตด้วย และเมื่อไม่นานมานี้ พระราชวังเครมลิน ได้รับการเสนอชื่อ เข้ารอบสุดท้าย ในการชิงชัย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกรอบล่าสุด ด้วย

จตุรัสแดง (red square) ที่แห่งนี้ เปรียบเสมือนหัวใจ ของมอสโคว์ และรัสเซีย เลยก็ว่าได้  เพราะ ถนนสายสำคัญทุกสายของกรุงมอสโคว์ จะวิ่งตรงออกจากจัตุรัสแดงแห่งนี้ นอกจากนี้ จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์บาซิล และหลุมฝังศพของวลาดิมีร์ เลนิน อีกด้วย ชื่อจัตุรัสแดงมักเข้าใจผิดว่า คำว่า “แดง” ในชื่อจัตุรัส มาจากสีของคอมมิวนิสต์ หรือสีของอิฐในบริเวณนั้นที่เป็นสีแดง แต่แท้จริงแล้วชื่อจัตุรัสแดง มาจากภาษารัสเซียคำว่า ” красный ” ซึ่งในภาษารัสเซียดั้งเดิมมีความหมายว่า สวยงาม ในขณะที่ภาษารัสเซียสมัยใหม่ แปลว่าสีแดงจัตุรัสแดง เป็นจตุรัสใจกลางกรุงมอสโคว์ มีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 695 เมตร มีขนาดพื้นที่รวม 23,100 ตารางเมตร

ชมสถานีรถไฟใต้ดิน สถานนีรถไฟใต้ดินมอสโคว์ (Moscow Metro Subway) ถูกออกแบบและสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิค อลังการงานสร้าง เริ่มต้นสร้างมาตั้งแต่สมัยยังเป็นสหภาพโซเวียต เมื่อปี 1931 โดยใช้แรงงานจากทหารและยุวสมาชิกกว่าหนึงแสนสามหมื่นคน และที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งนี้ ก่อนที่จะสวยงามอย่างที่เห็น ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 บางสถานีของที่นี่เคยถูกใช้เป็นที่ประชุมลับทางการเมือง และใช้เป็นหลุมหลบภัยมาแล้ว …

Moscow3

Day 6

Kolomenskoye ( โคโรเมนโคว ) หรือหมู่บ้านในฝัน สร้างขึ้นใน คศ 1339 โดยพระเจ้าอีวานที่ 1  ซึ่งพูดกันแล้วก้เหมือน อยุธยาบ้านเรา เป็นเมืองเก่าที่ติดริมน้ำ  เป็นสถานที่ที่โรแมนติกมาก
– โบสถ์ไม้ เซนต์จอห์น
– วิหาร Lady of kazan
–  โบสถ์หลัก วิหาร Ascension หรือ ชื่อเต็มๆ คือ ” Church of the Ascension ” หรือ วิหารพระเยซูขึ้นสวรรค์ สร้างเมื่อ คศ 1532 เพื่อเป็นการฉลองพระชนม์พรรษามกุฏราชกุมาร ขึ้นเป็น พระเจ้าอีวานที่ 4 ( อีวานจอมโหด )

ซึ่งต่อมา ในปี คศ 1994 Kolomenskoye ได้ถูกประกาศจาก ยูเนสโก ให้เป็นแหล่ง มรดกโลก ทางวัฒนธรรม แห่งใหม่ของรัสเซีย

Novodevichy Convent หรือ อารามแม่ชีโนโวดิวิชี เป็นอีก 1 มรดกโลกของรัสเซีย ที่อยู่ในกรุงมอสโคว์ Novodevichy Convent ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงมอสโคว์ สร้างขึ้นมาในสมัย ศตวรรษที่ 16 เป็น สถาปัตยกรรมแบบบารอค ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นที่คุมขัง พระนางโซเฟีย ( พระพี่นางของพระเจ้าปีเตอร์ มหาราช ) และเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่เป็นผู้หญิง ของ ราชวงศ์ โรมานอฟ  ซึ่งปัจจุบัน ได้กลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และ เป็นสุสานสำหรับ สุภาพสตรี คนสำคัญของไปเทศอีก ด้วย

Metro Moscow 3

Day 7

นำท่านเดินทางสู่ตลาดขายส่งตลาดอิสไมลอฟสกี้ (Izmailovsky Market)ช๊อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารเที่ยง

เดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย

 

 

Leave a Reply